ในสมัยนั้น (ประมาณพ.ศ. 2500-2513) เป็นช่วงที่หนังสือประเภทแวดวงพุทธจักรยังไม่มีเกลื่อนกลาดอย่างเช่นปัจจุบันนี้ คงมีแต่ นสพ. บางกอกไทม์ ฉบับเดียวที่เสนอข่าวด้านนี้ และผมซึ่งเป็นนักข่าวด้านนี้โดยเฉพาะจึงมีโอกาสสัมผัสกับท่านเจ้าคุณนรฯบ่อยครั้ง จึงเคยเผชิญทั้งสิ่งอัศจรรย์และของขลังจากพระคุณท่านบ่อยที่สุด ผมจึงถูกมอบหมายจาก ท่านเจ้าคุณอุดมศีลคุณ ให้เขียนประวัติชีวิต ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ หลังจากท่านมรณภาพวันเดียวเท่านั้นและยังเป็นคนแรกที่เขียนอีกด้วย
ก่อนที่ชื่อเสียงของท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุจะขจรขจายออกนอกกำแพงวัดเทพศิรินทร์ไปทั่วป่าคอนกรีตในกรุงนั้น ผมจำได้ว่าเมื่อปี พ.ศ. 2505 กรมการรักษาดินแดนได้จัดสร้างเหรียญ ร.6 ขึ้น และจัดพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ 17 พ.ย. 05 โดยนิมนต์เกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นเข้าร่วมปลุกเสกนอกจากนั้นทางคณะกรรมการยังได้นิมนต์ ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ วัดเทพศิรินทร์ เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อ ร.6 อย่างมาก แม้ว่าท่านจะปฏิเสธด้วยท่านไม่ยอมออกนอกวัด แต่ท่านได้บอกทางคณะกรรมการว่า อาตมาจะขอนั่งปรกปลุกเสกอยู่ในกุฏิเพื่อส่งกระแสจิตร่วมในครั้งนี้จนกระทั่งเสร็จพิธี ผมจึงประโคมข่าวนี้ให้ประชาชนทราบ และปรากฏว่ามีคลื่นมหาชนเดินทางมาสั่งจองเหรียญ ร.6 กันเกินความคาดหมาย
ผมยังประโคมข่าวเรื่อง ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ ถอดกายทิพย์ไปปรากฏตัวและรักษาโรคให้ชาวอเมริกัน รวมทั้งปรากฏตัวให้เห็นตามบ้านต่างๆในกรุงเทพอีกด้วย จากนั้นชื่อเสียงของท่านจึงดังระเบิดจนเป็นที่รู้จักของมหาชนทั่วประเทศ คราวนี้เดือดร้อนที่จะต้องเข้าพบกับท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุเพื่อขอสัมภาษณ์ข้อเท็จจริง เพราะข่าวที่เขียนไปนั้นมาจากคำบอกเล่าของผู้อื่นทั้งสิ้น
การพบท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุนับว่าลำบากพอดูเพราะจะพบท่านได้หลังจากท่านทำวัตรเช้า เย็นเท่านั้น แต่ญาติโยมก็ไปดักพบเต็มไปหมดทำให้หาโอกาสคุยกับท่านได้ยาก ผมกับคุณ วงศ์ แววงาม ที่เป็นช่างภาพ จึงไปดักพบตอนเช้าที่บริเวณพระอุโบสถตอนที่ท่านจะมาลงทำวัตรเช้า ผมให้คุณวงศ์ไปดักถ่ายรูปบนระเบียงโบสถ์ ส่วนผมดักพบตรงประตูเข้าบริเวณโบสถ์ได้จังหวะพอดิบพอดีกับมุมกล้องทีเดียว เมื่อท่านเดินเข้าประตูโบสถ์ผมรีบเข้าประชิดตัวทันทีพร้อมกับคารวะท่านแล้วจึงถามคำถามที่เตรียมไว้โดยไม่รีรอ
ผมอยู่ นสพ.บางกอกไทม์ อยากจะมาเรียนถามพระคุณเจ้าเรื่องการถอดกายทิพย์ได้จริงหรือไม่ครับ ขอทีเถอะ อาตมาไม่อยากให้มีเรื่องอื้อฉาว ท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุตอบคำถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ก็ไม่ยอมหยุดคุยกับผม ท่านยังคงเดินไปเรื่อยๆอย่างเชื่องช้า ผมถามท่านอีกหลายประโยค ท่านไม่ตอบได้แต่อมยิ้มจนกระทั่งประโยคสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นบันไดโบสถ์ ผมถามท่านว่า เพราะเหตุใดจึงคิดบวชไม่ยอมสึก ท่านตอบว่า อาตมาเคยมีความสุขสุดยอดมาแล้ว ก็อยากจะขอใฝ่หาความสงบในด้านนี้ดูบ้าง
ผมกลับโรงพิมพ์พาดหัวข่าวเลยครับ พบพระอรหันต์กลางกรุง ขยายรูปท่านธมฺมวิตกฺโกตอนเดินสัมภาษณ์ขนาดใหญ่เพราะอิริยาบทของท่านไม่เหมือนพระภิกษุทั่วไป เท้าไม่แตะพื้น ใบหน้ายิ้มอยู่ตลอดเวลา ต่อมาเมื่อท่านเจ้าคุณอุดมสารโสภณได้ดำริจะสร้างโบสถ์วัดวังกระโจมจึงได้ขอความอนุเคราะห์จากท่านให้ท่านอธิษฐานจิตลงในพระเครื่องให้ นับแต่นั้นเป็นต้นมาพระเครื่องเจ้าคุณนรฯจึงมีชื่อเสียงไปทั่วราชอาณาจักร
เมื่อพระมหาสงัดท่านจะสร้างโบสถ์ให้วัดต่างจังหวัด ท่านก็ขออนุญาตสร้างรูปเหมือนด้านข้างครึ่งองค์ พระมหาสงัดท่านจึงสามารถสร้างโบสถ์สมปรารถนา ต่อมาท่านใคร่จะสร้างอะไรต่ออีกผมก็จำไม่ได้ ท่านให้โยมอุปัฏฐากมาขอให้ผมทำข่าวให้ ผมได้บอกไปว่าการทำข่าวก็ต้องมีใครเป็นข่าว โยมอุปัฏฐากท่านนั้นบอกว่ามีข่าวเกี่ยวกับท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุที่น่าสนใจมาก
ผมจึงบอกว่าผมต้องการถ่ายภาพท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุมาประกอบข่าว ผมจึงเดินทางไปถ่ายภาพท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุขณะลงทำวัตรเย็นในพระอุโบสถวัดเทพศิรินทร์ ถ้าจำไม่ผิดท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุนั่งทำวัตรอยู่แถวริมที่ 3 นับจากข้างหน้าแถวที่หนึ่งด้านซ้ายมือของพระประธาน ผมกราบพระประธานแล้วยกกล้องจ้องไปหาโฟกัสที่ท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุทันที ท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุหันมาจ้องกล้องผมตาเขม็งเหมือนกับส่งกระแสจิตมาบังคับ ผมไม่ได้กดชัตเตอร์ครับเพราะเหมือนไฟฟ้าช็อตที่มือเมื่อผมกดถูกป่มชัตเตอร์ ผมเหงื่อแตกทันทีรีบลดกล้องกราบพระประธานแล้วออกจากพระอุโบสถในบัดดลนั่นเอง เพราะผมเกรงกลัวกระแสจิตของท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุครับ
การที่ผมนำเอาเหตุการณ์ต่างๆที่ผมได้สัมผัสกับท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุมาเสนอให้ทราบ ก็เพื่อจะให้คุณผู้อ่านได้ทราบว่าผมได้สัมผัสกับท่านธมฺมวิตกฺโกภิกขุมาแล้วจริงๆครับ

นิตยสาร ศักดิ์สิทธิ์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 32 วันที่ 30 มิถุนายน 2527
เขียนโดย : คุณ บรรจง มีแสงพราว
ธีรวัชร จรเจริญ ผู้นำข้อมูลมาเผยแผ่